ทัวร์ บริษัททัวร์

  ทัวร์ญี่ปุ่น
  ทัวร์จีน
  ทัวร์ไต้หวัน
  ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์มาเก๊า
  ทัวร์เกาหลี
  ทัวร์พม่า
  ทัวร์เขมร ทัวร์กัมพูชา ทัวร์นครวัด
  ทัวร์เวียดนาม
  ทัวร์ลาว
  ทัวร์สิงคโปร์
  ทัวร์ยุโรป
 
  ทัวร์ออสเตรเลีย
  ทัวร์นิวซีแลนด์
  ทัวร์อเมริกา
  ทัวร์เนปาล
  ทัวร์อินเดีย
  ทัวร์อียิปต์
  ทัวร์ดูไบ
  ทัวร์มัลดีฟส์
  ทัวร์ภูฏาน
  ทัวร์ฟิลิปปินส์
   
 

 

บริษัททัวร์ เคาน์เตอร์ทัวร์

บริการให้คำแนะนำ ปรึกษา จัดกรุ๊ปทัวร์ แพ็คเกจทัวร์ สัมมนา ดูงาน และท่องเที่ยวทั่วโลก รับจองหัองพักและตั๋วเครื่องบินทั่วโลก

ใบอนุญาตเลขที่ 11/06010

Website : www.countertour.com
E-mail : info@countertour.com
Tel : 02-539-5558
Fax : 02-538-6100
Hotline : 081-350-9245

 

 

 
 
บริษัททัวร์ บริษัททัวร์
 
 
โปรแกรมทัวร์ และโปรโมชั่นพิเศษ บน facebook ...  
ทัวร์อียิปต์ อียิปต์ จอร์แดน 8 วัน (MS)
กำหนดการเดินทาง

เดินทาง วันเสาร์ พ.ค.-ส.ค. 57
ราคาเริ่มต้น 69,900.- บาท

*** เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2557 (คณะ 4 ท่านสามารถเลือกวันเดินทางได้เลย)

 

อัตราค่าบริการ
วันเดินทาง
MAY-AUG, 2014
เดินทางวันหยุดยาว
เพิ่ม 2,000 บาท
ผู้ใหญ่
(ห้องคู่)
เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับ 1 ผู้ใหญ่
( พักห้องคู่ )
เด็กต่ำกว่า 12 ปี พักกับ 2 ผู้ใหญ่
มีเตียงเสริม
พักเดี่ยวเพิ่ม รถ พัก 3 ท่าน ท่านที่ 3 ลด
4 ท่าน 77,900 74,900 73,900 10,000 Van 7 seat -
6 ท่าน 74,900 71,900 70,900 10,000 Commuter 13 -
8 ท่าน 74,900 71,900 70,900 10,000 Coaster 19 -
10+1 ท่าน 77,900 74,900 71,900 10,000 Coaster 19 -
15+1 ท่าน 74,900 71,900 70,900 10,000 Bus 33 seat -
20+1 ท่าน 69,900 66,900 65,900 10,000 Bus 33 seat -
 
 

 

ทัวร์อียิปต์ อียิปต์ จอร์แดน 8 วัน (MS)

เยือนประเทศศูนย์กลางแห่งมิตรภาพแห่งตะวันออกกลาง ชมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สถานที่โมเสสเสียชีวิต ตื่นเต้นกับการลอยตัวที่ทะเลตายเดดซี ขี่ม้าท่องมรดกโลก มหานครศิลาสีชมพูอันสวยงาม สัมผัสกลิ่นอายอารยะธรรมอดีตหัวเมืองเอกของอาณาจักโรมันอันยิ่งใหญ่
ย้อนรอยอดีต ตามหาอารยะธรรมโบราณยุคแรกๆ ของมนุษย์
ชมมหาปิรามิด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 4,000 ปี ชมเมืองท่าอเล็กซานเดรีย ที่พระนางคลีโอพัตราเคยปกครอง

เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2557 (คณะ 4 ท่านสามารถเลือกวันเดินทางได้เลย)
วันแรก กรุงเทพฯ
22:00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน อียิปต์ แอร์เวย์ ชั้น 4 ประตู 8 แถว Q พบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ที่คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
วันที่สอง กรุงเทพฯ / ไคโร (9 ชม.)/อัมมาน (1.20 ชม.) – มาดาบา (32 กม.)–ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมาท์เนโบ (88 กม.) – เดดซี (30 นาที) – นครเพตร้า (3 ชม.)
00.50 ออกเดินทางสู่กรุงอัมมานประเทศจอร์แดน โดยเที่ยวบินที่ MS 961/719 แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงไคโร 2.50 ชม.) บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบินตลอดเส้นทาง
10.20 คณะเดินทางถึง สนามบิน Queen Alia International กรุงอัมมาน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชม.) พบกับตัวแทนที่รอต้อนรับอยู่ภายในสนามบิน นำหนังสือเดินทางไปรับประทับตราวีซ่า (ตั้งแต่ 5 ท่าน) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง มาดาบา (Madaba) เมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งบน เส้นทางโบราณ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นศูนย์กลางการทำโมเสก ชมบ้านเมือง, โบสถ์วิหารนิยมตกแต่งด้วยภาพโมเสก เยี่ยมชม โบสถ์เซนต์ จอร์จ เพื่อชมศิลปะ งานโมเสกชิ้นสำคัญและมีคุณค่ามากของเมืองนี้และประวัติศาสตร์ของโลกคือแผ่นโมเสกขนาดใหญ่บนพื้นของโบสถ์แสดง ภาพแผนที่ของ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ครอบคลุมตั้งพื้นที่ของ ประเทศอียิปต์จนถึงแถบพื้นที่ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประกอบด้วยโมเสกทั้งสิ้นประมาณ 2.5 ล้านชิ้น
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ที่เมืองมาดาบา
นำท่านเดินทางขึ้นเขาไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองมาดาบา เพื่อชมเมาท์เนโบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส(Moses) ณ.ที่ใดที่หนึ่งแห่งนี้ สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยไบเซนไทน์ในอดีตตอนต้นคริสตศักราชเป็นศูนย์กลางของนักแสวงบุญชาวศาสนาคริสต์ และครั้งหนึ่ง โป๊ป จอห์น ปอลที่2 เคยเสด็จมาแสวงบุญที่นี่เช่นกัน ชมแหล่งภาพโมเสกที่สวยงาม ภายในโบสถ์มีภาพเล่าเรื่อง ราวต่างๆ เกี่ยวกับศาสนาคริสต์และความผูกพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรม ชาติที่ทำด้วยเศษกระเบื้องสีโมเสก ณ ภูเขาแห่งนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมอง เห็นทะเลเดดซี และกรุงเยรูซาเลม อย่างทั่วถึงและชัดเจน นำท่านชม: อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส (moses magical stick) ตั้งอยู่บนยอดเขาเนโบ เชื่อกันว่า เป็นที่ฝังศพ ของโมเสส ซึ่งต่อมาได้ถูกประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในปี 2000 เมื่อพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 ได้เสด็จมา แสวงบุญ ณ ยอดเขาแห่งนี้ โดยอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ของโมเสสนั้นถูกสร้างขึ้น เพื่อ อุทิศให้แก่วิญญาณ ของโมเสส และพระเยซูคริสต์ รวมทั้งยังมีการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับ ไม้กางเขน อันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงพระเยซูและ โมเสสนั่นเอง ที่สำคัญอุสรณ์แห่งนี้ยังโดดเด่นเป็นสง่าและสามารถมอง เห็นได้ถนัดแม้ในระยะไกล จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea) หรือทะเลตายไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ทะเลที่มี ความเข้มข้นกว่าน้ำทะเลธรรมดาถึง 9 เท่าและอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 450 เมตร ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในโลก เชิญทดสอบกันความอัศจรรย์ที่มนุษย์สามารถลอยตัวในน้ำทะเลได้ ไม่จม อากาศบริสุทธิ์เพราะมีออกซิเจนมากกว่าปกติถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เชื่อกันว่านำในทะเลเดดซีนั้นมีประสิทธิภาพในการรักษาโรค เพราะมีปริมาณความเข้มข้นของสารต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมบางต่อมในร่างกาย จากนั้น เชิญท่านสนุกสนานเพลิดเพลินกับการลงเล่นน้ำในทะเล และเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากทะเล เดดซีหลายหลากชนิดที่โด่งดังไปทั่วโลกตามอัธยาศัย ท่านสามารถลงเล่นน้ำในทะเล พิสุจน์ความเค็ม ด้วยตัวท่านเอง (รายการรวมค่าผ้าเช็ดตัวและล็อกเก้อร์) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปนครเพตรา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม
พักที่ Golden Tulip Kings Way Hotel, www.kingsway-petra.com ระดับ 4 ดาว
วันที่สาม มรดกโลกมหานครสีชมพูเพตร้า – เดดซี (1.30 ชม.) - อัมมาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองเพตรา "นครศิลาสีกุหลาบ" เมืองที่ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของผู้คนและ สูญหายไปจากแผนที่นานนับพันปี ไม่มีใครรู้ว่าท่ามกลางขุนเขาอันใหญ่โตกลางทะเลทราย จะเคยมีเมืองขนาดมหึมาหลบซ่อนอยู่ ตั้งอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาที่สูงชันประดุจปราการอันยิ่งใหญ่ ตัวเมืองล้วนแล้วแต่สลักขึ้นจากภูเขาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น วิหาร สุสาน โรงละคร วัง หรือว่าบ้านเรือน จากภูเขาหินสีชมพูที่มีถ้ำเล็ก ถ้ำน้อย ที่เคยเป็นที่พำนักมาตั้งแต่สมัยพวกเอโดม นาเบเธียน เบดูอิน จนมาถึงยุคโรมันจึงได้มีการสลักสถานที่ต่างๆ ในรูปแบบของศิลปะโรมัน ลึกเข้าไปในภูเขาอย่างวิจิตรงดงาม สัมผัสบรรยากาศในการขี่ม้าลัดเลาะไปตามพื้นหินและทรายกว่า 800 เมตรที่จะมุ่งหน้าไปในเส้นทางมหัศจรรย์ (กรุณาทิปคนจูงม้าเที่ยวละ 2 ดีน่า = US 3) ที่ทางเข้าออกของเมืองเพตรา คือบริเวณซอกเขา เรียกว่า ซิค (Siq) เป็นหุบเขาสูงถึง 250 ฟุต และทอดคดเคี้ยวไปบนเส้นทางที่พาดผ่านเข้าไปถึงใจกลางเมือง เกิดจากการถูกน้ำซัดกัดกร่อนจนเกิดเป็นช่องทางเดินเล็กๆ ระหว่างหุบเขา นำท่านเดินชมทัศนียภาพระหว่างการเดินทาง ชมความงามของหุบเขาทั้งสองด้านที่ สวยงามด้วยสีสันของหินสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เช่นสีเทา ชมพู เหลือง น้ำเงิน ฯลฯ และชมร่องรอยซากหักพัง ที่ยังคงมีร่องรอยให้เห็นของการจัดการเรื่องการชลประทาน ในการลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำจากภูเขา เข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างน่าทึ่ง ชมภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขา ฯลฯ เข้าเขตหน้าผาสูงชันสองข้างทางสู่มหานครแห่งศิลาทรายสีชมพู ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ ปราสาททรายสีชมพู เอล คาซเนห์ (Treasury) วิหารและเมืองแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สุดอมตะ เรื่องอินเดียน่าโจนส์ ภาค 3 ขุม ทรัพย์สุดขอบฟ้า (Indiana Jones and the Last Crusade) เป็นมหาวิหารที่แกะสลักเสลาจากภูเขาได้อย่างกลมกลืนได้สัดส่วนและสวยงามน่าอัศจรรย์ เป็นอาคาร 2 ชั้น ประดับด้วยเสาแบบ คอรินเทียนส์และรูปคน สลักขึ้นจากเขาบริเวณกลางเมือง ว่ากันว่าเป็นคลังที่เก็บสมบัติของฟาโรห์ วิหารเอล-คาซเนท์ (Cathedral treasury) เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาหินสีชมพู ในนครเปตรา ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวศตวรรษที่1-2 ตัววิหารมีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร และได้รับการออกแบบโดยมีผลจากอิทธิพลของศิลปะในแบบอิยิปต์ กรีก นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบ ด้วย 3 ห้อง คือห้อง โถงใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง และอีกสองห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวา ในอดีต ที่นี่ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้ กับเจ้าเมือง ทั้งยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทาง ศาสนาและสุสานฝังศพด้วย

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น Al Basin Restaurant in Petra.
นำท่านเดินทางสู่กรุงอัมมาน
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารในโรงแรม
พักที่ Zamzam Towers Hotel, Amman www.zamzamtowershotel.com ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ อัมมาน – จีราช (50 กม.) – อัมมาน – ไคโร (1.30 ชม.)
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
แล้วเช็คเอ้าท์ นำท่านเดินทางสู่เมืองจีราช (Jerash City) ชมเมืองโบราณยุคกรีก-โรมันสร้างขึ้นราว 200 ปีก่อน คริสตศักราชอดีตเคยเป็นหนึ่งในสิบของหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน ชมซากปรักหักพังที่ยังคงมี กลิ่นไอและสัมผัสได้ถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของอาณาจักรโรมัน และมีความสมบูรณ์แบบที่สุด แห่งหนึ่ง ชม สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม, ซุ้มประตูกษัตริย์ฮาเดรียน, วิหารซีอุส, พลาซ่ารูปไข่, ถนนคาร์ดโด แม็กซิมุส, น้ำพุใจกลางเมือง, ฯลฯ นำท่านเดินผ่านประตูทางทิศใต้หรือประตูแห่งชัยชนะ เป็นประตูที่ใช้เข้าสู่เมืองต่อเมื่อกองทัพรบชนะ กลับมาในอดีต ชมโรงละครโรมัน ที่จุผู้ชมได้ถึง 5,000 คน เชิญทดสอบกับความ มหัศจรรย์ของการ คิดค้นการวางจุดให้เกิดเสียงเอ็คโคได้ เพียงพูดเบาๆ ตรงจุดกึ่งกลางของโรงละครแล้วจะได้ยินเสียง ก้องในหู ชม วิหารอาร์ทีมีส เทพีประจำเมืองจีราช และเป็นเทพีความรักและความสงบสุข วิหารแห่งนี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือชั้นนอก ชั้นกลาง และ ชั้นใน เชิญสัมผัสความอัศจรรย์ ถึงความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ของเสาหินบนนิ้วมือ

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองของชาวจอร์แดน ณ เมืองจีราช
นำท่านเดินทางกลับสู่ตัวเมืองอัมมาน ชม ป้อมปราการแห่งนครอัมมาน (Citadel) เพื่อ ชมวิวของ เมืองอัมมาน, วิหารเฮอร์คิวลิส และวังเก่าที่สร้างขึ้นในสมัยอุมเมยาด จากมุมสูงนี้สามารถมองเห็น โรงละครโรมันเธียเตอร์ สมัยโรมันที่ใหญ่ทีสุดในประเทศจอร์แดน สามารถจุคนดูได้ถึง 6,000 คนและ ใช้ในงานแสดงและกิจกรรมต่างๆ ในปัจจุบัน ผ่านชมพระราชวังของพระมหากษัตริย์, ย่านคนรวย ตลาดพื้นเมือง ตลอดจนชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจอร์แดน (อิสระอาหารเย็น) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงไคโร

20.30 นำท่านบินสู่กรุงไคโร สายการบิน อียิปต์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ MS 702
21.00 ถึงกรุงไคโร หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและประทับตราวีซ่า พบกับตัวแทนที่รอต้อนรับ แล้วนำท่าน เดินทางเข้าที่พัก พักที่ Le Meridian Pyramids Hotel, 5 ดาวหรือเทียบเท่า
วันที่ห้า ไคโร > เมมฟิช – ซัคคาร่า – เกรทปิรามิดที่กีซ่าห์ – ล่องเรือ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ไกด์ท้องถิ่นนำท่านชม เมืองเมมฟิส (Memphis) เมืองหลวงเก่าแห่งแรก ในยุคอียิปต์โบราณ กว่า 5,000 ปี ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่ามีความสำคัญ ในการรวมอียิปต์บนและอียิปต์ล่าง ให้เป็นหนึ่ง เดียวโดยฟาโรห์ นาเมอร์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ที่ 1 ระหว่างทางท่านจะได้เห็นตัวฐานรากของ สถานที่โบราณ และรูปแกะสลักจากหินที่ยังหลงเหลืออยู่ในระดับ พื้นดิน เข้าชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แห่งเมืองแมมฟิชอันจัดแสดงรูปแกะสลักขนาดยักษ์ ด้วยหินแกรนิตสีชมพู จากเมืองอัสวานของฟาโรห์ รามเสสที่ 2 มีพระพักต์อันงดงาม สลักด้วยช่างฝีมือชั้นเยี่ยม ไว้ในอาคารโปร่ง ภายในจัดแสดงชิ้นส่วน วัตถุโบราณ และรูปสลักจากวิหารสำคัญต่างๆในอียิปต์ ส่วนการจัดแสดงกลางแจ้ง ชมสฟิงค์ และ ฟาโรห์รามเสส ที่ 2 โดยแต่ละองค์จะสวมมงกุฎที่มีลักษณะแตกต่างกัน จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองโบราณที่ใกล้กันอีกเมืองคือซัคคาร่า (Sakkara) เพื่อชมปิระมิดขั้นบันได (Step Pyramids) เป็น สิ่งก่อสร้าง ขนาดใหญ่ ใช้เป็นสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์ซอเซอร์ และเป็นต้นแบบของปิรามิด สมควร แก่เวลานำท่านเดินทางสู่เขตกีซ่าห์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ Christo Rest. เสริฟด้วยขนมปังอบร้อนๆจากเตา พร้อมเครื่องจิ้ม 3 อย่าง
และเครื่องเคียง คือ ผักดอง อาหารจานหลัก คือ ปลาย่าง พร้อมข้าวผัดชม เมืองกีซ่าห์ (Gizeh) ไกด์ท้องถิ่นนำชม มหาปิรามิด (Great Pyramid) เป็นชื่อเรียกของสถาน ที่ฝังพระศพของเมืองเลโทโพลิสโบราณ (ปัจจุบันคือ ไคโร) ครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ตร.ม. บนที่ราบสูงเป็นที่สูงชัน ริมขอบทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลาดลงประมาณ 40 ม. มีลำคลองจากแม่น้ำไนล์เข้าสู่ภายใน แยกเขตทะเลทรายออกจากเขตอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ตั้ง ของมหาปิรามิด 3 องค์มีขนาดลดหลั่นกันตั้งเรียงรายท่ามกลางทะเลทราย โดย ปิรามิดทั้งสามองค์นี้ เป็นอนุสาวรีย์ทรงเรขาคณิต ที่ชาวกรีกยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศ จรรย์ของโลก องค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณสร้าง เพื่อฝั่งพระศพของพระองค์เอง เป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาสร้างนาน 30 ปี จากหินขนาดใหญ่มาก แต่ละก้อนหนักกว่า 2 ตัน วางชิดกันแม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ประกอบด้วยปิรามิด 3 องค์ คือ
1) ปิรามิดคีออพส์ (Cheops) หรือปิรามิดคูฟู สร้างเพื่อเป็นสุสาน ในพื้นที่ 53 ตร.ม. สูง 146 เมตร ใช้แท่งหินในการสร้าง 2.3 ล้านแท่ง หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิท แม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ภายในมีห้องโถงหลายห้อง ห้องโถงใหญ่ ห้องโถงพระราชา ห้องโถงพระราชินี ก้อนหินที่ใช้ทำด้วยหินแกรนิต รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ตัน ถือเป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวกันว่าอาจนำวิหารเซ็นต์ปิเตอร์ที่กรุงโรมรวมกับวิหารเซ็นต์ปอลที่ลอนดอน และดูโอโมวิหารแห่งเมืองฟรอเรนซ์ รวมไว้ในปิรามิดแห่งนี้ได้อย่างสบาย
2) ปิรามิดเคเฟรน (Chefren) สร้างโดยฟาโรห์คาแฟ ในปี 2465 ก่อน ค.ศ. สูง 136 เมตร ต่ำกว่าปิรามิด 10 เมตร สร้างบนเนินดินขนาดใหญ่ จึงทำให้ดูสง่ากว่าปิรามิด 2 องค์ กินเนื้อที่ประมาณ 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ผิวฉาบเรียบด้วยหินปูนทูราผิวฉาบด้วยหินแกรนิตสีชมพู มีห้องโถงกว้าง 2 ห้อง ภายในถูกบุกรุก ทำลายเสียหายมาก
3) ปิรามิดมิเซรินุส (Mycerinus) สร้างโดยฟาโรห์เมนเคอเร ปี 2420 ก่อน ค.ศ. มีขนาดเล็กสุด สูง 66.45 เมตร ปัจจุบันสูงเพียง 62.18 เมตร กว้าง 108 เมตร
ชม สฟิงซ์ สลักจากเนินหินธรรมชาติสูง 21 เมตรยาว 73 เมตร อยู่ ด้านหน้าทางเข้าทางเข้าปิรามิดเคร เฟรน ส่วนหัวเลียนแบบพระพักตร์เทพฮาร์มาคิส ลำตัวเป็นสิงสูง 20 เมตร ความยาวตลอดลำตัว 57 เมตร ชาวอียิปต์นับถือเสมือนหนึ่งเทพเจ้า
พิเศษ ฟรี ขี่อูฐฟรี ชมปิรามิด อูฐ 1 ตัวนั่งได้ 2 ท่าน(กรุณาทิปคนจูงอูฐท่านละ US$ 1)
นำท่านชม โรงงานผลิตน้ำหอม ที่มีชื่อเสียงของอียิปต์ สืบทอดการทำมาแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา และ โรงงานทำกระดาษปาปิรัส กระดาษชนิดแรกของโลกทำจากต้นกก ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพ
เจ้าและเหตุการณ์ในสมัยโบราณ
ค่ำ

นำท่าน ล่องเรือรับประทานอาหาร พร้อมชมระบำหน้าท้อง (Belly dance) อันลือชื่อของอียิปต์
พักที่ Le Meridian Pyramids Hotel, 5 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่หก ไคโร – อเล็กซานเดรีย (3 ชม.)– พิเศษชมห้องสมุดอเล็กซานเดรีย- ไคโร
เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ไกด์ท้องถิ่น
นำเดินทางสู่ เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก กรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ช่วงที่ถูกปกครองโดยชาวกรีก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปาก แม่น้ำไนล์ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดิมเป็นหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ สร้างโดย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ม หาราช ปี 332 ก่อนคริสตกาล เป็นตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของพระนางคลีโอพัตรา และ มาร์ค แอนโทนี ปัจจุบันเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก เดินทางผ่านทะเลทรายที่มีสภาพเป็นกรวดปน ทราย มีหญ้าแห้งขึ้นเป็นหย่อม ๆ แวะกลางทางเพื่อเข้าห้อง ตามอัธยาศัย ถึงเมืองอเล็กซานเดรีย นำท่านชมเมืองเก่าและเมืองใหม่ ชม Montaza Garden & Palace ปัจจุบันใช้เป็นที่รับรองแขกพิเศษของประเทศ

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคารท้องถิ่น
ชมหลุมศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (Catacombs) 1 ใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง สุสาน ของชาวโรมันในอดีตมีกว่า 50,000 ศพ สุสานแห่งนี้มี 3 ชั้น ชั้นล่างมีทางเดินติดต่อถึงกันตลอด ประมาณ 100 กม. สร้างศตวรรษที่ 2 ลึก 32 เมตร นับเป็นสุสานมีสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุด ผ่านชม โรงละครโบราณยุคโรมัน (The Roman Amphitheatre) ชม Pompey's Pillar โบราณ สถานที่เก่าแก่ และเป็นเสาหินที่สูงที่สุดของเมืองอเล็กซานเดรียเป็นเสาหินแกรนิตสีแดงจากเมืองอัสวาน สูง 30 เมตร หัวเสาประดับด้วยลวดลายคอรินเทรียน (ศิลปะกรีก)สร้างถวายจักรพรรดิ์ Diocletian ในปี ค.ศ. 297 บริเวณเดียวกันมีรูปแกะสลักสฟิงซ์ 3 ตัว และ Nilometers หลงเหลืออยู่ ชมชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยาวสุดสายตา ปัจจุบันเป็นสถานที่ตากอากาศของชาวอียิปต์ แวะถ่ายรูปที่ป้อม Kaetbay Fort หนึ่งในป้อมขนาดใหญ่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สร้าง ค.ศ.1479 เพื่อป้องกันการรุกรานมีทัศนียะภาพที่สวยงามของอ่าวหน้าเมืองอเล็กซานเดรีย แวะถ่ายรูป หอสมุดอเล็กซานเดรีย ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลกภายในมีที่นั่งอ่านหนังสือเกือบ 2 หมื่นที่นั่ง โดยแยกเป็นส่วนๆ นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดง แล้วแต่โอกาส (ซึ่งมีค่าเข้าชมแยกต่างหาก ไม่รวมในรายการ) ห้องสมุดใหม่หน้าตาทันสมัยมากเพิ่งเปิดทำการในอเล็กซานเดรีย อียิปต์ ห้องสมุดนี้สร้างในที่ๆ ห้องสมุดเคยตั้งอยู่และถูกเผาในศตวรรษที่สี่ ใช้เวลาการสร้างใหม่ 12 ปี ด้วยเงินทุน 220 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน ห้องสมุดอเล็กซานเดรียเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญมาก อาร์คีมิดิสและยูคลิดใช้บริการของห้องสมุดนี้ สมัยนั้นศูนย์กลางการศึกษาคณิตศาสตร์เคยอยู่กับพิธากอรัส แต่สองศตวรรษหลังจากพิธากอรัสเสียชีวิตลง ศูนย์การเรียนเลขได้ย้ายไปอยู่ที่อเล็กซานเดรีย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ได้ชัยชนะเหนือกรีก เอเชียไมเนอร์ และอียิปต์ ได้สร้างเมืองหลวงที่ทรงตั้งพระทัย ให้เป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เมื่อพโทเลมีขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์ อเล็กซานเดรีย ได้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยแห่งแรกในโลก นักคณิตศาสตร์และนักปราชญ์หลั่งไหลสู่เมืองนี้จากชื่อเสียงของห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ห้องสมุดนี้ตั้งขึ้นจากแนวคิดของ Demetrius Phalaerus ที่ โน้มน้าวให้พโทเลมีรวบรวมหนังสือดี ๆ โดยบอกว่าคนเก่งกาจจะตามมาเอง จึงได้มีการรวบรวมหนังสือ ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ถูกทำลายหลายครั้ง ตั้งแต่ 47 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อจูเลียส ซีซาร์โจมตี คลีโอพัตราด้วยการเผาท่าเรืออเล็กซานเดรีย ห้องสมุดตั้งอยู่ติดกับท่าเรือจึงพลอยถูกเผาไปด้วย หนัง สือนับแสนเล่มถูกทำลาย แต่คลีโอพัตราตั้งพระทัยมั่นจะบูรณะห้องสมุดให้กลับคืนมาดีเหมือนเดิม มาร์ก แอนโทนีจึงยกทัพไปตีเมือง Pergamum ที่มีหนังสือดี และขนหนังสือทั้งหมดกลับอียิปต์ สมควรแก่เวลาเดินทางกลับกรุงไคโร

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ Le Meridian Pyramids Hotel, 5 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด พิพิธภัณฑ์ -คอปติค ไคโร –ชิตาเดล –สุเหร่า ฯ–ตลาดแกรนด์บาซาร์ ไคโร/กรุงเทพ ฯ
เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum) ออกแบบโดยโดยสถาปนิคชาวฝรั่งเศส ชื่อ มาร์เซล โดน่อน ผู้ชนะเลิศการแข่งขันระหว่างประเทศ เป็น สถานที่เก็บสะสมโบราณ วัตถุที่เก่าแก่และล้ำค่ามากมาย ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ จนกระทั่งยุคจักรวรรดิโรมัน มากมายกว่า 120,000 ชิ้น เก็บรวบรวม และจัดแสดงเล่าเรื่องราวความเป็นมา ของอารยะธรรมอียิปต์โบราณอันรุ่งเรืองไว้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะห้องจัดแสดงสมบัติอันล้ำค่า ขององค์ฟาโรห์ตุตันคาเมน รวบรวมเครื่องใช้ต่างๆ ของฟาโรห์อย่างครบครัน ชมโลงศพทองคำแท้หนัก 110 ก.ก. พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน หนัก 11 ก.ก. และ สมบัติส่วนตัวอีกมากมายของพระองค์ เช่น เตียงบรรทม, รถศึก และเก้าอี้บัลลังก์ทองคำ ชมรูปปั้นดินที่แสดงถึงชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์ ชมพระ เศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อของโลก (อีกชิ้นอยู่ที่เบอร์ลิน) ชมพระรูปของฟาโรห์อัคนาแตน-ฟาโรห์นักปฏิวัติ ชมพระรูปของพระนางฮัตเชปสุต (ฟาโรห์สตรีองค์เดียวของอียิปต์) นอกจากนี้ท่านยังได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่นๆ เช่น แหวน, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ ฝีมือประณีต ล้วนมีอายุกว่า 3,300 ปี สัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งศาสตร์การเตรียมตัวหลังความตายของชาวอียิปต์ หรือ การทำมัมมี่ (Mummy) (ไม่รวมค่าเข้าชม Royal Mummy Room) ชมมัมมี่ของคนและสัตว์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมร่วมค้นหาคำตอบแห่งปริศนาคัมภีร์มรณะ (Book of the Death) เปรียบเสมือนของกำนัลจากเทพแห่งความตาย จากนั้นนำท่านชม Old Coptic Cairo ชมโบสถ์เซ้นท์เซอร์เจียส (Church of Saint Sergius) โบสถ์คริสต์ของชาวมุสลิม อยู่ใจกลางเมืองไคโรเก่า เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดใน กำแพงเสาหินดั่งเดิมตั้ง แต่ศตวรรษที่ 3-4 (อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป 3 ชั้น) เป็นที่หลบภัย ของครอบครัวพระเยซูคริสต์จากเยรูซาเล็ม กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า ระหว่างที่พระองค์ยังอยู่ในวัยทารก เป็นช่วงที่กษัตริย์แฮรอดของจูเดีย สั่งฆ่าทารกผู้ชายที่เกิดใหม่ทุกคน โจเซฟและมาเรีย (ต่อมาเป็นเซ็นต์โจเซฟและพระนางมารี) ได้นำพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือกำเนิดในช่วงนั้น เดินทางหลบหนีมาซ่อนภัยกันทั้งครอบครัว ในประเทศอียิปต์เป็นเวลา 4 ปี อยู่ต่ำจากพื้น ปัจจุบันลงไป 3 ชั้นนำชม Citadel เมืองเก่าชม ป้อมปราการ สร้างปี ค.ศ. 1176 สมัยสุลต่านซาลาอัดดิน เพื่อเป็นป้อมปราการ ป้องกันการรุกรานของศัตรู สมัยสงครามครูเสด ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการราชการ อยู่บนเนินเขากลางกรุงไคโร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงไคโรได้ไกลถึงปิรามิดที่กีเซห์ ชม สุเหร่าแห่งโมฮัมหมัด อาลี (Mohammad Ali) สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร สร้างในปี ค.ศ. 1830 เสร็จปี ค.ศ. 1848 เป็นสัญลักษณ์ของกรุงไคโร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวสุเหร่า และ ส่วนของสนามบริเวณตรงกลางน้ำพุ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีก ต้องการให้มีรูปแบบเหมือน Blue Mosque ที่อิสตันบูล แต่ทำได้ไม่เหมือน ตรงกลางเป็นรูป สี่เหลี่ยมมีโดมขนาดใหญ่สูง 52 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 21 ม. มีโดมขนาดเล็กรองรับอีก 4 มุม ตัวอาคารสร้างด้วยหิน Alabaster ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะอิสลาม หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศส มอบให้รัฐบาลอียิปต์เป็นของขวัญ แลกกับเสาโอเบลิสก์ที่ตั้งอยู่ที่ Place de la Concorde กรุงปารีส

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคารท้องถิ่น มีซุป+ไก่ยางพร้อมข้าวผัด
จากนั้นอิสระให้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดข่าน เอล คาลิลี่ (Khan El Khalili Bazaar) หลากหลายด้วยร้านค้า เครื่องเทศ, เครื่องเงิน, ร้านทอง, เสื้อผ้า ฯลฯ ชมร้านกาแฟอายุร่วม 200 ปี "ฟิชาวี คอฟฟี่เฮาส์" เปิดขายตลอด24 ชม. นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัส ***เชิญซื้อ " คาร์ทูซ " จี้ทำด้วยทองคำหรือเงินแกะสลักชื่อแบบภาษาอียิปต์โบราณ (Hieroglyphic Characters) ในรูปทรงยาวเก๋,สวยแปลก แปลว่ามีอายุยืนยาวอดีตองค์ฟาโรห์ใช้สลักชื่อขององค์เองตามโบราณสถานและสุสานของพระองค์
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ ภัตตาคารจีน จากนั้นเดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
22.35 โดยเที่ยวบิน MS 960 นำท่านบินตรงกลับกรุงเทพฯ (9 ชม.)
วันที่แปด กรุงเทพฯ
12.35 ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
   
   
  “รายการและราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสายการบิน โดยจะยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ”
   

 

หมายเหตุ
- กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นหลัก
 
เอกสารประกอบขอวีซ่าเข้าประเทศจอร์แดน + อียิปต์
- หนังสือเดินทางไทยที่มีอายุในวันเดินทางมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างมากกว่า 2 หน้า พร้อมรูปสี 2 นิ้ว
 
อัตรานี้รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการบินอียิปต์ แอร์เวย์ (MS) ชั้นทัศนาจร (BKK/CAI/AMM/CAI/BKK)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
3. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
4. ค่าห้องพักในโรงแรมระดับ 4 & 5 ดาว ตามที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน รวมทั้งสิ้น 5 คืน
5. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
6. **นำดื่มในรถวันละ 1 ขวด และ น้ำดื่มระหว่างทานอาหารมื้อกลางวัน
7. ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
8. ค่าวีซ่ากรุ๊ปเข้าประเทศจอร์แดนและประเทสอียิปต์
9. ค่าบริการนำทัวร์โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์
10. ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ (น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม)
11. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท
14 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และ พนักงานขับรถ รวม ท่านละ US $ 40.
15. ค่าเช่าผ้าเช็ดตัวและล็อกเก้อร์ ที่โรงแรมในเดดซี
 
ค่าบริการไม่รวม
1. ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
3. ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
4. ค่าทิปม้าที่เมืองเพตร้า ท่านละ 2 จอร์แดนดีน่าร์/ เที่ยว / ท่าน
5. VAT 7%
 
 
 

 

 

 

           
           
     
  บริษัททัวร์ เคาน์เตอร์ ทัวร์ จำกัด
168/19 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทร : 02-539-5558  แฟกส์ : 02-538-6100  Hotline : 081-350-9245
Email : info@countertour.com  Web : www.countertour.com
 
     
     
  บริษัททัวร์ | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์มาเก๊า | ทัวร์จีน | ทัวร์ใต้หวัน | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์บรูไน | ทัวร์บาหลี | ทัวร์พม่า | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์กัมพูชา | ทัวร์เขมร | ทัวร์นครวัด | ทัวร์ลาว | ทัวร์อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์อียิปต์ | ทัวร์รัสเซีย | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์อเมริกา | ทัวร์แคนาดา | กวางเจาเทรดแฟร์ | ทัวร์ตุรกี | ทัวร์จอร์แดน | ทัวร์ดูไบ | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์  
     
     
     
     
บริษัททัวร์